คนไข้ตกเตียง

ผมได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลภูมิพล เนื่องจากอาการน้ำท่วมปอด เมื่อวันอังคารที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๓ จนถึงวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๓ เป็นเวลา ๒๘ วัน นับเป็นการเข้าโรงพยาบาลที่นานที่สุดในรอบสิบปี 

สาเหตุที่ต้องเข้าโรงพยาบาล เนื่องจากน้ำในร่างกายมีมากจนเกินความจำเป็น เกิดอาการบวมที่ขาทั้งสองข้าง เพราะเครื่องปั๊มซึ่งได้แก่หัวใจ ทำงานช้าลง ทำให้น้ำไปคั่งอยู่ข้างล่าง เป็นเหตุให้น้ำท้นขึ้นมาที่ปอดจนหายใจลำบาก และเหนื่อยเร็วจนหายใจไม่ทัน ต้องใช้เครื่องพ่นยาเพื่อช่วยขยายหลอดลม ทั้งหลายทั้งปวงนี้เป็นผลจากการสูบบุหรี่ของผม และเพื่อให้การหายใจเต็มอิ่มมากขึ้น ผมจึงต้องดมออกซิเจนอีกแรงหนึ่ง 

อาการทั้งหมดนี้ เกิดจากการที่ผมเพลิดเพลินกับสิ่งเสพติด บุหรี่และเครื่องดื่มทุกประเภท แอลกอฮอล์ ทั้งเหล้าและไวน์ อะไรก็ตามที่เป็นเรื่องของความสุข ประเทืองอารมณ์ เป็นเรื่องที่จะต้องหามาเสพ มาลองดู เช่นบุหรี่ สูบตั้งแต่เกล็ดทอง กรองทิพย์ กรุงทอง ทั้งสั้นทั้งยาว บุหรี่นอกที่สวยๆ รูปร่างมวนสั้นมวนยาวผมสูบมา แล้วทั้งนั้นแหละครับ กว่าจะหยุดได้ก็ใกล้ตายเต็มทนจึงได้เลิก เพราะความกลัวตายนั่น เอง กลัวจริงๆ ครับ กลัวว่าจะต้องมีอันพลัดพรากจากลูกๆ และภรรยาที่อยู่ด้วยกันมา เพราะหัวใจวายตายไปเสียก่อน จึงต้องหยุดชีวิตเสเพลตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเกือบ ๒๐ ปีแล้วครับ

อาการต่างๆ ก็ติดตามมาอย่างไม่ลดละ เดี๋ยวเป็นนู่นเดี๋ยวเป็นนี่ เป็นเพราะกรรมที่ผมเคยได้ล่วงเกินใครต่อใครไว้ในอดีตภพ ซึ่งไม่ทราบว่ากี่ร้อยกี่ภพปีมาแล้ว บรรดาเจ้ากรรมนายเวรผมจึงตามมาราวีกันไม่ยอมหยุดหย่อน ผมยอมรับกรรมที่ผมเคยทำไว้ และไม่ขอแก้ตัวใดๆ ไม่อาฆาตมาดร้าย หรือจองเวรจองกรรมต่อกันและกัน ขอให้ยุติกรรมให้จบในภพนี้ ด้วยความตั้งใจจะประพฤติดี ปฏิบัติชอบ โดยยึดถือคำสั่งสอนขององค์พระหลวงตามหาบัว ซึ่งได้อบรมสั่งสอน ชี้แนะผมมาโดยตลอดนับตั้งแต่ได้เข้ากราบองค์ท่าน 

คำพูดของท่านว่า “เราก็ชีวิตหนึ่ง เขาก็ชีวิตหนึ่ง” ซึ่งท่านกล่าวกับท่านอาจารย์หมอจอมจักร ที่เข้าไปรักษาเท้าท่านที่มีอาการติดเชื้อ ท่านไม่ยอมรับการใช้ยาฆ่าเชื้อของท่านอาจารย์หมอ ทำให้ผมได้ความกระจ่างในการเวียนว่ายตายเกิดของเราทั้งหลายว่า การฆ่าเชื้อโรคโดยการใช้ยาฆ่าเชื้อกับพระอรหันต์ที่มีความบริสุทธิ์ ที่ตั้งจุดมุ่ง หมายไว้ว่า ชาตินี้จะเป็นชาติสุดท้ายขององค์ท่าน ดังนั้นสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่เข้ามาในวิถีชีวิตและสุขภาพของท่านนั้น ท่านไม่ต้องการฆ่าใดๆ ทั้งสิ้น ท่านวางไว้ทั้งหมด เร่งความเพียร ตรวจสอบความบริสุทธิ์ขององค์ท่านตลอดเวลา เพื่อความหลุดพ้นตามที่องค์ท่านพิจารณาแล้ว คำพูดของท่านนับเป็นการเปิดโลกของกรรมให้เห็นว่า การเกิดของสัตว์ทั้ง หลายในโลก ตามที่องค์พระพุทธเจ้าท่านตรัสถึงการเกิดไว้ว่ามี ๔ ประเภท ขอเรียนย้ำอีกทีนะครับว่า การเกิดมี ๔ ประเภท มีอะไร บ้าง 

การเกิดจากไข่ ซึ่งเรียกว่าการเกิดแบบอัณฑะกำเนิด

การเกิดเป็นตัว เป็นการเกิดแบบที่เรียกว่าชลาพุชะกำเนิด เช่น มนุษย์, สัตว์ต่างๆ

การเกิดจากน้ำเมือก น้ำครำ เรียกว่าสังเสทชะกำเนิด เช่น เชื้อโรค สัตว์เซลล์เดียว ได้แก่เชื้อโรคต่างๆ ซึ่งเป็นสัตว์เซลล์เดียว ตัวอะมีบา ไวรัสต่างๆ ซึ่งเรากำลังพูดถึงอยู่ขณะนและประการสุดท้ายคือ การเกิดแบบโอปปาติกะ การเกิดประเภทนี้ เป็นการเกิดและดับในลักษณะที่ไม่มีการเติบโตดังเช่น ๓ ประเภทแรก เป็นการเกิดของจิตจากภพภูมิหนึ่งไปอีกภพภูมิหนึ่ง โดยไม่มีการโตตามลักษณะของวัยหรือสังขาร ตั้งแต่เด็กไปจนผู้ใหญ่ ทั้งสัตว์และคนทั้งหลาย เป็นการรอการเกิดและดับใหม่ ตามแรงของกรรมที่ทำไว้ในอดีตภพภูมิ ซึ่งเราไม่มีทางจะรู้อย่างแน่ชัดว่านานเท่าไหร่มาแล้ว และต่อไปจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้เป็นไปตามแรงของกรรมที่เราได้ทำไว้ ซึ่งได้กลับกลายมาเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราทั้งหลาย 

การเจ็บป่วยของผมและของผู้คนทั้งหลายก็เป็นไปตามกรรม ซึ่งสัตว์ทั้งหลายได้กระทำต่อสังขารของเราที่อาศัยอยู่ ทำให้เกิดการเจ็บป่วย ทุกข์ทรมาน บางคนมีสุขภาพที่ดี ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย แต่บางคนสามวันดีสี่วันไข้ บ้างเป็นมะเร็ง บ้างก็เป็นโรคที่อันตรายต่างๆ มาก มาย 

หากเราเข้าใจเรื่องที่องค์ท่านกล่าวไว้ข้างต้นว่า “เขาก็ชีวิตหนึ่ง เราก็ชีวิตหนึ่ง” เราคงพอจะเข้าใจนะครับว่า เจ้าสัตว์เล็กๆ ที่ตาเนื้อของเราไม่สามารถมองเห็นได้ และกำลังสร้างความเจ็บป่วยให้กับเรา เนื่องเพราะเป็นการโต้ตอบกับเรา ที่เคยได้ทำกับเขาไว้ เช่น ฆ่ามด ฆ่ายุง ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตที่เราไม่ได้ตั้งใจ หรือด้วยความตั้งใจ เขากลับมาเกิดเป็นสัตว์ใช้เวรใช้กรรมและตามเราทันในภพนี้ชาตินี้ จึงทำร้ายเราถือเป็นการแก้แค้นเรา ด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องอยู่โรงพยาบาลนานหนึ่งเดือนเต็ม เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนายแพทย์และพยาบาลตั้งใจให้ความเมตตากรุณาดูแลผมเป็นอย่างดี การอยู่โรงพยาบาลนานเช่นนี้ ทำให้ผมมีระเบียบวินัยในการรักษาตัวเป็นอย่างดี เพราะถูกกำหนดโดยตารางการให้ยาและการรักษาอย่างเคร่งครัดจนทำให้สุขภาพของผม ดีขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก

ตลอดเวลาที่ถูกเก็บตัวอย่างหนาแน่นเข้มแข็ง ทำให้ได้เห็นและเข้าใจชีวิตของการเวียนว่ายตายเกิดมากขึ้น โรงพยาบาลภูมิพลคงเป็นโรงพยาบาลที่ผมต้องอาศัยจน กว่าชีวิตจะถูกกำหนดตามเวรและกรรม ผมได้เห็นความทุกข์ของการเป็นมนุษย์ที่ต้อง การการดูแลรักษา ความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน คนไข้รอการตรวจรักษาจนล้นทุกแผนก ล้วนแล้วแต่แสดงอาการท้อแท้สิ้นหวัง หน้าอมความทุกข์ ทนต่อความเจ็บ ปวด ทั้งชายและหญิงตั้งแต่เด็กจนถึงคนชรา ต่างรอคอยให้ถึงคิวตนเองอย่างอดทน ตั้ง แต่เช้าจนถึงบ่าย กว่าจะถึงคิวตนเอง คนที่มาคอย ไม่ได้มาแค่สิบคนยี่สิบคนเท่านั้น คน ไข้ทบเข้ามาทุกเวลานาทีจนล้นที่นั่งที่เตรียมไว้ทุกแผนก คนที่เหน็ดเหนื่อยพอๆ กับการรอคอยของคนไข้ทั้งหลายคือ เจ้าหน้าที่ และบรรดานายแพทย์ทั้งหลายที่เมื่อเอาจำนวนคนไข้มาหารกับจำนวนนายแพทย์แล้ว จะเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ คือคนไข้ประมาณ ๓๐ คน ในเวลา ๑ ชั่วโมงต่อนายแพทย์ ๑ คน ที่ต้องวิ่งรักษาคนไข้ตามความ สามารถของแต่ละท่านแต่ละวัน

คุณหมอวรงค์ ลาภานันท์ กับผมได้มีโอกาสคุยกันนานเป็นพิเศษ เพราะผมมา อยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งท่านจะต้องเข้ามาตรวจดูอาการของผมทุกวัน บางครั้งมาก่อน ๐๗.๐๐ น. จนผมต้องตกใจว่าเอาเวลาที่ไหนไปหลับไปนอน เพราะทราบมาว่าท่านมีคนไข้จำนวนมากที่ต้องคอยดูแล และเพราะเป็นหมอโรคหัวใจ จึงต้องทำตั้งแต่รักษา สวนหัวใจ ผ่าตัด จนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง ต้องดูแลทั้งลูกและภรรยา บางวันนอนแค่ ๒-๓ ชั่วโมงเท่านั้น คุณหมอวรงค์ ได้เล่าให้ผมฟังว่า บางวันมีกรณีคนไข้ตกเตียง มีการร้องเรียนเรื่องความหนาแน่นของคนไข้ในโรงพายาล ซึ่งโรงพยาบาลเองไม่มีทางปฏิเสธคนไข้ที่เจ็บป่วย และต้องเข้ารับการรักษาโดยด่วน จึงต้องพยายามยัดเยียดรับเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

ตึกคุ้มเกล้าสร้างขึ้นมานานพอสมควร ตั้งแต่หวยขูดครั้งแรก และครั้งสุดท้ายที่เอาเงินชาวบ้านมาสร้าง ด้วยความคิดของท่านผู้อำนวยการพลอากาศเอก น.พ.ประกอบ บูรพรัตน์ จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ เตียงคนไข้สามัญของโรงพยาบาล ยังไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลง ยังเป็นเตียงที่สูง และชำรุดเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความสูงของเตียง ทำให้คนไข้ต้องตกเตียงอยู่บ่อยๆ ทำให้เกิดการบาดเจ็บ สร้างความลำบากแก่ผู้สูงอายุทำให้ต้องประสบเคราะห์กรรมจากการตกเตียง กระดูกหัก หัวแตก ซ้ำเติมโรคที่เป็นอยู่ เรียกว่าโรคซ้ำกรรมซัด เพิ่มเติมขึ้นมาอีก เพราะเตียงเก่า อุปกรณ์ไม่ทันสมัย เก่าจนเกือบใช้การไม่ได้เช่นเตียงปัจจุบัน เนื่องจากโรงพยาบาลเป็นหน่วยงานของกองทัพอากาศ เช่นเดียวกับทหารบก ทหารเรือและตำรวจ ที่มีโรงพยาบาลเป็นของตัวเอง ทั้งที่งบประมาณถูกเจียดไปยังหน่วยงานอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าไฟฟ้า ซึ่งนับวันจะแพงขึ้นตลอดเวลาอย่างไม่สามารถหยุดยั้งได้ ทำให้งบประมาณการบำรุงอุปกรณ์ขาดหายไป ผมได้มีโอกาสคุยกับคุณหมอวรงค์ เรื่องความขัดสนของงบประมาณของทางกรมการแพทย์ คุณหมอเล่าให้ฟังเรื่องที่ต้องพัฒนาให้คนไข้ได้รับความสะดวกสบายขึ้นอีกเล็ก น้อย เพื่อยืดอายุคนไข้ให้ยาวอีกหน่อย และไม่ต้องทนทรมานใช้เวรใช้กรรมกับเจ้ากรรมนายเวร นอกเหนือจากที่เป็นอยู่

ผมรับปากกับคุณหมอวรงค์ว่า ยินดีจะเป็นผู้นำร้องขอเพื่อนๆ ทั้งหลายและผู้ใจบุญรับบริจาคเล็กๆ น้อยๆ เพื่อรวบรวมซื้อเตียงผู้ป่วยแบบธรรมดาจำนวน ๒๐ เตียง เพื่อทดแทนของเก่าที่หมดสภาพไปแล้ว โดยรับบริจาคเพื่อรวบรวมจัดซื้อเตียง ในราคาเตียงละประมาณ ๑๓,๐๐๐ บาท ขอรบกวนไม่ต้องมากหรอกครับ แล้วแต่ศรัทธา มากบ้างน้อยบ้างตามความสะดวก รวบรวมจัดหาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ครับ โดยขอ รับบริจาคเข้ามูลนิธิดวงตะวัน โดยการนำเช็คหรือเงินสด ร่วมสงเคราะห์ และขออุทิศให้แก่เจ้ากรรมนายเวรของเราท่านทั้งหลาย อย่าได้อาฆาตต่อกันอีกเลยนะครับ จะส่ง ผ่านมาที่ผมก็ได้ครับ ทางมูลนิธิจะออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ท่าน เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

ผมขอความกรุณาท่านสักครั้งนะครับ ขอเชิญทำบุญร่วมกัน หากเราเชื่อว่า “เขาก็ชีวิตหนึ่ง เราก็ชีวิตหนึ่ง” ร่วมกันสร้างกำแพงบุญไว้นะครับ ผมขออนุโมทนาบุญกับท่านทั้งหลายด้วยครับ และขออำนาจบุญบารมีของการทำกุศลในครั้งนี้ จงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ ปราศจากโรคภัยทั้งหลายด้วยเทอญ มาร่วมกันไถ่กรรมกันในภพนี้เถอะครับ กลัวเหลือเกินว่าภพหน้าจะหนักกว่านี้ กราบขอบพระคุณนะครับ กรุณาอย่าส่งเช็คในนามของผมนะครับ เพราะผมต้องการให้มูลนิธิได้รับโดยตรงครับ ขอให้ส่งเช็คในนาม “มูลนิธิดวงตะวัน” ดังที่อยู่ด้านล่างนี้ครับ

มูลนิธิดวงตะวัน ติดต่อกับ : คุณรุ่งจิตร ธเนสบรรลือ (เลขานุการ มูลนิธิดวง ตะวัน)
โทร.๐๒-๕๓๔-๗๓๙๐ โทรสาร.๐๒-๙๗๔-๙๗๗๑
มือถือ ๐๘๓-๐๐๘-๗๔๑๑

โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช
ที่อยู่ : ๑๗๑ ศูนย์ป้องกันและพัฒนาการรักษาโรคหัวใจ ถ.พหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. ๑๐๒๒๐
หรือจะติดต่อกับผมโดยตรง ที่เบอร์ ๐๒-๙๐๐-๗๔๑๘ ทุกเวลา ทุกวันครับ คนไข้จำนวนมากต้องการความช่วยเหลือจากท่าน ได้โปรดเถอะครับ สงเคราะห์ผู้กำลังตกอยู่ในกองทุกข์ทรมานมากกว่าเราทั้งหลายด้วยกันนะครับ

หากท่านไม่สะดวกในการดำเนินการ กรุณาติดต่อกับผมได้ทุกเวลา ไม่ต้องเกรงใจนะครับ ผมมีเจ้าหน้าที่ที่จะไปพบท่าน เพื่ออำนวยความสะดวกทุกประการครับ และหากมีเงินเหลือ เราจะได้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้แก่ผู้ป่วยรวม ซึ่งต้องอยู่รวมกันหลายคน เพื่อลดความร้อนอบอ้าวในหอผู้ป่วยสามัญ จะเป็นกุศลยิ่งครับ

รายนามผู้ร่วมสงเคราะห์เตียงคนไข้ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช

ชื่อ.............................................. นามสกุล......................................................

ที่อยู่..........................................................โทรศัพท์.........................................................

มีความประสงค์ร่วมสงเคราะห์เพื่อเตียงคนไข้ โดยเป็นเช็คหรือเงินสด จ่ายในนามของ “มูลนิธิดวงตะวัน” โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช

จำนวนเงิน ...................................บาท

กรุณา ส่งแฟ็กส์กลับไปที่ผมหรืออีเมล์เพื่อรับทราบและตอบรับที่แฟ็กส์ 
โทร.๐๒-๕๓๑-๙๘๖๒ หรือสายตรง ๐๒-๙๐๐-๗๔๑๘ 
อีเมล์ : khunluang@hotmail.co.th

ขอขอบพระคุณในเมตตาของท่าน ขอบารมีขององค์พระหลวงตามหาบัว ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว ประสบแต่ความสุขความเจริญ ตลอดกาลนานเทอญ



ขอแสดงความยินดีด้วยครับ
คุณหลวงและคณะ